สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย

ประกาศเรื่องการเข้าระบบ Video play

เรียนแจ้ง สำหรับผู้ไม่ได้ลงทะเบียนในระบบด้วยตนเอง

USERของท่านคือ ส่วนแรกของ email ที่ท่านลงทะเบียน และ PW คือ อักษร 2 ตัวแรก พิมพ์ใหญ่-พิมพ์เล็ก-ตามด้วย123456

เช่น nevermissit@thaigpfm.org

ID: nevermissit

PW: Ne123456

สำหรับท่านที่ลงทะเบียนด้วยตนเอง ID คือ USERNAME และ Password ที่ท่านกำหนด

ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการลงทะเบียน

กรุณารอสักครู่ หากท่านไม่สามารถลงทะเบียนด้วย EMAIL ได้แสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนในระบบแล้ว

ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ

GPFPAT

วิ่งไปกับหมอครอบครัว

[ENGLISH VERSION] 28 พฤษภาคม พ.ศ.2562

การวิ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ขณะเดียวกัน การวิ่งคือสัญลักษณ์ของการแสดงพลังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่นเดียวกับ โครงการ “Run with family doctors” หรือ “วิ่งไปกับหมอครอบครัว” ถือเป็นการเริ่มต้นเล็กๆ ที่ “แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว” หรือ “หมอครอบครัว” รณรงค์ให้ประชาชนออกกาลังกายและส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว การวิ่งไปกับหมอครอบครัว เราจะเก็บเกี่ยวอะไรได้บ้าง

การวิ่งไปกับหมอครอบครัว เป็นการวิ่งแบบ virtual run สามารถวิ่งที่ไหนก็ได้ โดยใช้ระบบการสะสมระยะทาง ตลอดระยะเวลา 3 เดือน สาหรับเช้าวันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวกว่าสามสิบคนมารวมตัวกันแต่เช้ามืด เตรียมยืดเส้นยืดสายด้วยกิจกรรมแอโรบิค และออกตัวสตาร์ทวิ่งนาร่อง ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ด้วยท่าทางการวิ่งอย่างกระฉับกระเฉง หลังจบการวิ่ง เมื่อเหงื่อไหลซึมผ่านผิวกาย ยิ่งขับเน้นบรรยากาศที่อบอุ่น หมอครอบครัวหลายคนบอกเล่าความหมายของการวิ่งครั้งนี้ไว้หลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจ

ก้าวไปพร้อมกับคนในครอบครัว
ในปี พ.ศ.2562 คือวาระครบรอบ 20 ปี ของการมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศไทย หมอครอบครัวเป็นหมอเฉพาะทางสาขาหนึ่งที่จะเป็นทางเลือกสาหรับหมอที่อยากจะดูแลคนทั้งคน การที่จะทาความเข้าใจซาบซึ้งถึงการดูแลแบบหมอครอบครัวต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งโครงการวิ่งไปหมอครอบครัวเป็นเสมือนการเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้วิถีสร้างสุขภาพองค์รวม

แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร นายกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทยและเลขาธิการราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “การดูแลคนทั้งคน คือ ไม่ได้ดูแลแยกเป็นเรื่องๆ ดูแลตลอดช่วงชีวิต และดูแลแบบมีหัวใจความเป็นมนุษย์ และมีความซาบซึ้งที่อยากดูแลอย่างจริงจังรู้จักหรือไม่รู้จักอาจไม่สาคัญเท่ากับว่ารู้ลึกซึ้งแค่ไหน สิ่งสาคัญคือรู้ลึกซึ้งถึงผลลัพธ์หรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากหมอครอบครัว เพราะเราคิดว่าสิ่งที่มีของหมอครอบครัวคือความตั้งใจ ความปรารถนาที่จะดูแลสุขภาพร่วมกับประชาชน”
แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร เชิญชวนกึ่งทาท้ายว่า “การวิ่งเป็นการทดสอบพละกาลัง ทดสอบจิตใจ ว่าเราเองจะต่อสู้กับความขี้เกียจ ความลาบาก ความเหนื่อย เพื่อกลับมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเอง รวมทั้งเป็นการทดสอบให้เห็นว่าพลังจริงๆ ในร่างกายมีเยอะ บางทีเราไม่มีโอกาสดึงออกมาใช้ และไม่ได้ใช้ อยากให้ใช้โอกาสนี้ทดสอบพลังของตัวเอง”

‘พลังในร่างกายมีเยอะ บางทีเราไม่มีโอกาสดึงออกมาใช้…’

การวิ่งครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร ได้ออกมาวิ่งพร้อมกับคนในครอบครัว เช่นเดียวกับ แพทย์หญิงศิรินภา ศิริพร ณ ราชสีมา เลขาธิการสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเราได้มาออกกาลังกายร่วมกัน”
ขณะที่ นางมณธิรา ศิริพร ณ ราชสีมา คุณแม่ของแพทย์หญิงศิรินภา กล่าวถึงเคล็ดลับสาคัญที่ให้ทาร่างกายและจิตใจแข็งแรง เพราะมีลูกสาวเป็นหมอประจาตัว ที่ให้คาปรึกษาทางกายและจิตใจ นอกจากนี้ ยังเล่าถึงความภาคความภูมิใจในบทบาทของลูกสาวว่า “เขาเคยดูแลคนไข้ บางทีต้องไปดูแลถิ่นทุรกันดาร เคยนั่งรถซาเล้งไปดูคนไข้ติดเตียง เขาถ่ายรูปมาให้ดู และไปดูแลคนที่เป็นดูแลอีก” กล่าวพลางมองหน้าลูกสาวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน

ก้าวออกมาสัมผัสชีวิต
การวิ่งจึงไม่ต่างจากการดึงพลังชีวิตที่ซ่อนอยู่นามาใช้ประโยชน์มากขึ้น แต่สาหรับผู้พิการที่สามารถใช้ขาได้อย่างคนปกติ ในเช้ามืด แพทย์หญิงชญานิศ รัตนกาญจน์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป โรงพยาบาลสุรินทร์ นั่งรถเข็นมารอเตรียมออกวิ่งไปพร้อมกับเพื่อนหมอครอบครัว เธอเล่าว่าหลังจบแพทย์เพียง 3 เดือน ก็ล้มป่วยจนต้องนั่งรถเข็น แต่ด้วยใจสู้และมุ่งมั่นที่จะเป็นทั้งหมอที่รักษา และยังหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไข้ก้าวออกมาใช้ชีวิต

ก้าวบนวีลแชร์ของ แพทย์หญิงชญานิศ รัตนกาญจน์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวออกมาใช้ชีวิต “เพราะเห็นคนไข้ที่เป็นแบบเรา ไม่ได้เข้ามารู้ว่า จริงๆ เราสามารถออกมาใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปได้ อยากจะบอกเขาว่าถึงแม้เราจะนั่งรถเข็ญ แต่เรายังใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ทางานได้ตามปกติ ไปเยี่ยมบ้านคนไข้ ตรวจคนไข้ ดูแลคนไข้เหมือนเดิม ส่วนใหญ่คนไข้ที่บาดเจ็บแบบเดียวกัน ไปให้เขาเห็นว่าการนั่งรถเข็ญสามารถออกมาใช้ชีวิตได้ แล้วเอารถโยกไปให้เขานั่ง เขาก็ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ตอนนี้เขาก็นั่งรถโยกขายของ เลี้ยงตัวเองได้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเคสเดียวกับเรา เขาจะมีกาลังใจขึ้นเยอะ หมอก็ทาได้ ผมก็ทาได้” บนเส้นทางการวิ่งจึงมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย ระยะทางการวิ่งจึงเป็นเสมือนพื้นที่สนทนา ทั้งแง่มุมของความทุกข์และความสุข

‘เวลาที่เราเปิดรับหรือเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา สิ่งเหล่านี้เติมเต็มให้เรามากขึ้น’

สาหรับบางคน การวิ่งคือการเก็บเกี่ยวความรื่นรมย์ระหว่างทาง เป็นกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ระหว่างเรากับโลกด้วยสัมผัสโดยตรง แพทย์หญิงสายรัตน์ นกน้อย ประธานวิชาการคณะกรรมการวิชาการ ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย ได้เปรียบเปรยว่าการทางานแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวต้องอาศัยการเปิดรับเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ “หมอเองได้สัมผัสเองกับการมีปฏิสัมพันธ์ว่าเวลาที่เราเปิดรับหรือเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา สิ่งเหล่านี้เติมเต็มให้เรามากขึ้น เรารู้สึกว่าเราได้ช่วยคนอื่นได้ ในขณะเดียวกันคนอื่นก็มีส่วนเติมเต็มและเชื่อมกับเรา ความเป็นเวชศาสตร์ครอบครัว ดูแลทุกสิ่งอย่าง เชื่อมถึงกันไม่ว่าด้านสังคม ทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือว่าศิลปะ สิ่งเหล่านี้ ไปด้วยกันหมดเลย วิชาการของเวชศาสตร์ครอบครัวต้องผสมและรวมพร้อมทุกสิ่งอย่าง”
แพทย์หญิงสายรัตน์ นกน้อย เล่าถึงเหตุผลสาคัญเมื่อครั้งเลือกเรียนเวชศาสตร์ครอบครัวว่า “เมื่อทางานแล้ว เรารู้ว่ามันมีบางอย่างที่ขาดไปจากการฝึกอบรม หมอครอบครัวเติมเต็มเรา ทาให้เราดูแลคนไข้ได้อย่างมีคุณภาพ ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่เฉพาะคนไข้ที่ได้ประโยชน์ ตัวเราเองก็เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งมากขึ้น ระบบสุขภาพที่ดี เราจะต้องมีหมอที่ดูแลประจาตัวและดูแลต่อเนื่อง เห็นตัวคนไข้ทั้งคน ต้องเห็นคนไข้ทั้งคน ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน อะไรเป็นสิ่งสาคัญและเป็นคุณค่าของของคนไข้และครอบครัว เวลาเรารักษาเพื่อตอบโจทย์คนไข้ ไม่ได้ตอบโจทย์ทางการแพทย์อย่างเดียว”

พลังในการก้าวต่อไป
ก้าวที่ประชาชนร่วมออกมาวิ่งไปกับหมอครอบครัว จึงมีความสาคัญต่อการเสริมพลังระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งเป็นงานที่ใช้ระยะเวลาบ่มเพาะจากฐานราก ดังที่ แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร นายกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทยและเลขาธิการราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้เน้นย้าบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ว่า “เราถือว่าหมอครอบครัวคือฐานราก และหมอครอบครัวคือตัวสะพานเชื่อม ระหว่างสุขภาพของประชาชนกับระบบบริการสุขภาพ ทาอย่างไรจะทาให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างพอดี และเป็นตัวเชื่อมให้บริการไปถึงมือประชาชนได้อย่างพอดี พอเหมาะ ทั้งทุกเพศ ทุกวัย ในแง่สถานการณ์ความเจ็บป่วยต่างๆ”

ด้วยเหตุนี้ ก้าวนี้…ที่หมอครอบครัวก้าวออกมาวิ่ง ยังเผยให้เห็นความปรารถนาที่จะร่วมสร้างสุขภาพองค์รวมไปพร้อมกับประชาชน นอกจากนี้ โครงการ Run with Family Doctor ที่จัดขึ้นเนื่องจาก World Family Doctor Day เป็นการผลักดันหรือเคลื่อนไหวของหมอครอบครัวไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นการเกิดขึ้นทั่วโลก เป็นการผลักดันเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและยุติธรรมของประชาชนผู้ยากไร้หรือผู้ลาบากอีกด้วย

บนเส้นทาง virtual run ที่เราสามารถเลือกสถานที่วิ่งเอง และสะสมระยะทางตามที่เราต้องการ จุดหมายสาคัญอาจไม่ใช่การครอบครองสถิติสูงที่สุด แต่คงเป็นช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวความรู้ ความสุข มิตรภาพ และสานสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ที่มีหมอครอบครัวพร้อมเคียงข้างการดูแลสุขภาพของประชาชน


เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย

“รู้จักแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ”

[ENGLISH VERSION] 14 พฤษภาคม พ.ศ.2562

เราคงเคยเห็นภาพหมอที่หิ้วกระเป๋ายาไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้าน ไปดูแลและรักษา อาจจะไปคนเดียวหรือไปพร้อมกับพยาบาล หรือบางบ้านที่มีผู้สูงอายุ จะมีหมอจำประจำบ้านคอยดูแลอย่างต่อเนื่อง นั่นคือลักษณะหนึ่งของ “หมอครอบครัว” หรือ “แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว” ในชื่อที่ใช้ปัจจุบัน  ขณะที่ ในชีวิตจริง หลายคนคงเคยมีประสบการณ์รับบริการสุขภาพจากหมอครอบครัว แต่เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 มาตรา 258 ช. (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้มี “ระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม” การทำความรู้จักบทบาทของหมอครอบครัวกันใหม่จึงมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนโดยตรง

          แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจะทำอะไรได้บ้าง ? หลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีความพิเศษหรือแตกต่างจากการดูแลสุขภาพแบบอื่นอย่างไร ? … เป็นคำถามที่ตามมาหลังจากพระราชบัญญัติดังกล่าว

วิธีทำความเข้าใจบทบาทหมอครอบครัวผ่านการเรียนรู้ แนวทางหล่อหลอมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวคลื่นลูกใหม่ เป็นอีกแนวทางที่จะสำรวจมุมมองเชิงลึกถึงทิศทางการการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้ให้สัมภาษณ์ในงานการอบรมปฐมนิเทศแพทย์เข้าร่วมโครงการปฏิบัติงานเพื่อสอบวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ประจำปีการศึกษา 2562 วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ได้อธิบายบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไว้ 4 ประการ ดังนี้

เข้าใจความทุกข์ของประชาชน ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ อธิบายให้เห็นภาพว่า ต้องมีความสามารถในการสื่อสาร มีความสามารถในการรับฟัง เป็นหมอที่พูดภาษาเดียวกับชาวบ้านได้ ไม่ใช่ว่าชาวบ้านมาแล้วพูดภาษาอังกฤษใส่ชาวบ้าน สามารถรับรู้ รับฟัง ความทุกข์ของคนไข้ แล้วก็สะสางความทุกข์ของคนไข้ให้เหมือนกับเป็นเพื่อน หมอครอบครัวต้องเข้าใจความทุกข์ของประชาชน รับรู้ได้ถึงความทุกข์ และปัจจัยที่อยู่แวดล้อมความทุกข์ของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านสังคม เศรษฐกิจ ปัจจัยทางด้านร่างกาย จิตใจ ชาวบ้านได้และเข้าถึงได้ง่าย เวลามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาได้ เป็นที่ปรึกษาในปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพให้กับครอบครัว โรงเรียน และชุมชนได้ก็จะทำให้ผลกระทบของปัญหาสังคม เศรษฐกิจ กับปัญหาหาสาธารณสุขลดลงไปได้

ด่านหน้าแก้ปัญหาสุขภาพ ทำความเข้าใจความทุกข์ของประชาชน และยังสามารถจะส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการแก้ปัญหาสุขภาพโดยทั่วไป โดยทั่วไปพบว่าสังคมไทยจะมีปัญหาโรคเรื้อรังมากขึ้น โรคที่เป็นกันเยอะจะเป็นเบาหวาน ความดัน แต่จริงๆ แล้วมีโรคทางสังคม เช่น การเป็นผู้สูงอายุก็จะมีปัญหาหลายอย่างไม่เฉพาะความเจ็บป่วย ปัญหาพฤติกรรมเสพติดก็เป็นปัญหาสุขภาพ เป็นต้น

อุดช่องว่างทางการรักษา ตัวอย่างของการผสานงานระหว่างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นที่ทำให้การรักษาโรคมีความหวังมากขึ้น ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ยกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งบอกว่าคนไข้มะเร็งอยู่ในขั้นสุดท้ายแล้ว ไม่สามารถจะทำอะไรได้แล้วอีกแล้ว ขอให้กลับไปตายที่บ้าน คนไข้ก็ไม่รู้ว่าวิธีการไปตายที่บ้านให้มีความสงบสุขทำอย่างไร หมอมะเร็งก็ไม่สามารถจะตามไปดูแลที่บ้านได้ แต่มีหมอเวชศาสตร์ครอบครัวที่เข้าใจบริบทของความทุกข์ของเขา สามารถไปดูแลเยี่ยมและให้คำแนะนำการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายที่ดีที่สุด

ทำงานเป็นระบบ ส่งต่อ และดูแลต่อเนื่อง แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอาจจะคัดเลือกคนที่น่าจะได้รับการรักษาตั้งนานแล้ว แต่ว่าไม่รู้เรื่องก็เลยเข้ามาสู่การรักษาผ่าตัดช้า แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก็จะเข้าถึงได้เร็ว สามารถให้คำแนะนำ และทำให้เกิดการดูแลแก้ไขในเชิงเชี่ยวชาญ ตรงโรค ให้เร็วขึ้น ถ้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ประสงค์จะให้เกิดการดูแลที่บ้านในพื้นที่ก็จะเริ่มมาทำงานร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในการที่จะมาวางแผนร่วมกันจะต้องดูแลต่อเนื่องอย่างไร เป็นตัวอย่างการรักษาทั้งขาไปและขากลับที่สามารถจะทำงานให้เป็นประโยชน์กับคนไข้ได้

การประกาศพระราชบัญญัติสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ยังเป็นการแสดงความมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพได้ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวถึงการพัฒนาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในปัจจุบันว่า แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นสาขาที่เริ่มมีผู้สนใจ บางครั้งเป็นการส่งเสริมให้ได้รับการอบรมได้เลย ตั้งแต่จบแพทย์ ก็สามารถอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทาง ศักดิ์ศรีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก็ถือว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาหนึ่ง ซึ่งเป็นการดูแลประชาชนตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงวัยสูงอายุ รวมถึงดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย ทำให้คิดแนวทางการดูแลสุขภาพประชาชนได้ครบวงจร ขณะที่ นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิกล่าวถึงทิศทางการปฏิรูประบบสาธารณสุขว่า คนไทยทั้ง 68 ล้านคน จะต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เป็นผู้มีรายชื่อเป็นผู้รับผิดชอบชีวิต คนไทยต้องมีสิทธิได้รับบริการปฐมภูมิมีความเท่าเทียมกัน เพื่อจะให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีระบบบริการที่เท่าเทียม มีคุณภาพในเรื่องรับบริการปฐมภูมิอย่างเสมอภาค

การได้ทำความรู้จักความหมายของหมอครอบครัวผ่านมุมมองผู้บริหารดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้นำทีมหมอครอบครัว คือ การเรียนรู้ ดูแล และรักษาด้วยความเข้าใจความทุกข์ของประชาชนอย่างเป็นองค์รวม ดังนั้น การเริ่มต้นทำความรู้จักบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจึงเป็นการผูกมิตรกับเพื่อนผู้ที่มาพร้อมทั้งหลักเวชปฏิบัติทั่วไปและเวชศาสตร์ครอบครัว ที่จะเป็นมิตรทางกาย จิตใจ และสังคม การพบหมอครอบครัว อาจจะได้ใบสั่งยาที่แตกต่างออกไป แต่อย่างน้อย เราก็เชื่อมั่นว่าหลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวคือการทำความเข้าใจความทุกข์ของประชาชนในพื้นที่จริง

เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย เนื่องในวันแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวโลก 19 พฤษภาคม

วิ่งไปกับ “หมอครอบครัว”

ขอเชิญชวนสมาชิกสมาคมฯ ทุกท่านร่วมกิจกรรม

Virtual RUN “RUN WITH FAMILY DOCTOR” และเป็นเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี เวชศาสตร์ครอบครัวไทย

ร่วมเปลี่ยนทุกย่างก้าวของท่านเป็นแรงสนับสนุนอุปกรณ์ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ในงานแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทั่วประเทศไทย

โค้งสุดท้ายที่ท่านจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังอันยิ่งใหญ่ สมัครและดูรายละเอียดได้ที่ http://runwithfammed.com/index.php

พิเศษ สำหรับสมาชิกที่ร่วมกิจกรรม อบรมฟื้นฟูวิชาการประจำปี พ.ศ.2562 วันที่ 27 – 30 พ.ค. 2562 สามารถร่วมกิจกรรมใน Package พิเศษ เพื่อร่วมกิจกรรม FUN RUN วันที่ 28 พ.ค. พ.ศ.2562 (หมดเขตแจ้งลงทะเบียนรอบพิเศษ 25 พ.ค. พ.ศ.2562)

  1. Package FUN RUN
  • ราคา 150 บาท
  • รับเสื้อวันที่ 27 พ.ค. 62 ที่จุดลงทะเบียนกิจกรรม
  • ได้รับเหรียญเมื่อเข้าเส้นชัยในกิจกรรม FUNRUN แต่ไม่สามารถใช้งานระบบ Official website RUN WITH FAMILY DOCTOR

2. Package RUN WITH FAMILY DOCTOR

  • ราคา 350 บาท
  • รับเสื้อและลงทะเบียนหน้า website วันที่ 27 พ.ค. 62 ที่จุดลงทะเบียนในวันงานประชุม
  • ได้รับเหรียญร่วมกิจกรรม และสามารถดำเนินกิจกรรมเช่นเดี๋ยวกับการสมัครแบบ official website

หมายเหตุ

  • สงวนสิทธิแก่ผู้ลงทะเบียน 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั่น
  • กรุณาตรวจสอบ Email ของท่านเพื่อเข้าถึงการลงทะเบียน

วิ่งกับหมอครอบครัว

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิการสมัคร INNER HEALER จากทางสมาคม

ประกาศรายชื่อผู้ทำการสมัคร Early bird registration booking

สำรองการสมัครวันที่ 5-9 มิถุนายน พ.ศ.2562

  1. สตางค์ ศุภผล GP1039 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  2. ศรีภาดา เกรียงขจร Residency-FM กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท
  3. วิวัฒน์ ถาวรวัฒนยงค์ GP-new กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  4. พรรษ โนนจุ้ย GP2287 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  5. ประภัทร เลิศฤาชาชัย Residency-FM กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  6. เอื้อมพา​ กาญจนรังสิชัย GP-846 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  7. นคัมยภรณ์ ชูชาติ GP-2274 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  8. พัชรพล พัชรพจนากรณ์ GP-2377 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท
  9. สุกัญญา หังสพฤกษ์ GP-1700 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*
  10. ปรียพัศ พรประเสริฐ GP-2541 กรุณาชำระค่าสมัคร 9,500 บาท*

*ค่าเพิ่มเติมใบเสร็จ 500 บาท เนื่องจากทางสมาคมต้องดำเนินการออกใบเสร็จให้แก่ผู้สมัครทุกท่าน จึงขอดำเนินการเก็บเพิ่มเติมสำหรบผู้สมัครทุกท่าน ขออภัยในความไม่สะดวก

หมายเหตุ: กรุณายื่นแบบชำระเงินภานในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2562

ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี “แพทย์เวชปฎิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัว” เลขที่บัญชี 041-1-32033-5

ส่งแบบตอบรับการชำระเงิน ที่นี่ –>

การประชุมฟื้นฟูวิชาการเวชศาสตร์ครอบครัว ประจำปี 2562

กิจกรรมได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2562

ขอบพระคุณผู้ให้ความสนใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่งทั้ง 177 คน

จดหมายข่าว ม.ค.-มี.ค.62

ข่าวสารจากทางสมาคมฯ

Newsletter_3

Review in Family Medicine 2019

Program will be announced soon. Please save the date!

อบรมเชิงปฏิบัติการ “Inner Healer” ผู้เยียวยาภายใน

การอบรมเชิงปฏิบัติการ 5 วัน โดย อ.ลอร่า ดอจสัน และ อ.มัวรีน เกรฟ
ถ่ายทอดความรู้จากครูผู้มีความเชี่ยวชาญ เข้าใจงานของเวอร์จิเนีย ซาเทียร์ และ คาร์ล จุง อย่างลึกล้ำ

วันที่ 5-9 มิถุนายน 2562 (5 วัน) สำหรับนักวิชาชีพ

คอร์สอบรมสำหรับนักบำบัด ผู้ให้คำปรึกษา นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ เพื่อลงลึกความเข้าใจเรื่องการเยียวยาครอบครัว และพลังการเติบโตจากภายใน เรียนรู้การบำบัดแบบเดี่ยว คู่สมรส และครอบครัว
• เรียนรู้ความซับซ้อนและโยงใยที่ซ้อนเร้นในครอบครัว ที่ส่งผลกระทบถึงการพัฒนาตัวตน
• เรียนรู้การเติบโตในทิศทางที่สอดคล้องกับพลังชีวิต
• เรียนรู้การบำบัดที่มีชีวิตชีวา เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นไปได้
“มนุษย์มีความต้องการที่จะเติบโตและพัฒนาภายในตนเอง หน้าที่ของนักบำบัด คือ การสนับสนุนให้ผู้เยียวยาภายในของเขาตื่นขึ้นมา เปิดรับปัญญาญาณแห่งจักรวาล การแพทย์ทั่วไปมองว่าผู้ป่วยเป็นผู้ที่มีบาดแผลและนักบำบัดเป็นผู้เยียวยารักษา แต่สำหรับเวอร์จิเนีย ทั้งนักบำบัดและผู้รับการบำบัดต่างก็เป็นผู้เยียวยาที่มีบาดแผล ชีวิตคือการร้อยเรียงของการบาดเจ็บ การเยียวยา การเติบโต และการเปลี่ยนแปลง เป็นกระบวนการที่พวกเราทุกคนต่างมีส่วนร่วมด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น” – แนวคิดพื้นฐานของเวอร์จิเนียร์ ซาเทียร์

*หมายเหตุ:

  • รับนักวิชาชีพที่มีประสบการณ์ทำงานบำบัด โดยเฉพาะซาเทียร์
  • มีประสบการณ์เรียนซาเทียร์หลักสูตรสองปี

วันที่ 12-16 มิถุนายน 2562 (5 วัน) สำหรับบุคคลทั่วไป

คอร์สอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป ที่สนใจใคร่รู้เรื่องการเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับพลังชีวิต เพื่อปลดปล่อยศักยภาพในการเยียวยาด้านในของตัวเรา
• เรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบของระบบครอบครัวต่อจิตใจเบื้องลึกของเรา
• สำรวจคุณค่าสำคัญในการดำรงชีวิต เพื่อตัวเองและครอบครัว
• ทำงานกับบาดแผลเจ็บช้ำในอดีต และก่อร่างพลังงานใหม่ที่สอดคล้องกลมกลืน เป็นหนึ่งเดียวกับตัวเอง และมีความสงบภายใน
“การเติบโต คือพลังชีวิตที่เปิดเผยตัวเอง การปรากฏขึ้นของจิตวิญญาณ …. เป็นการตระหนักว่าเราคือ จิตวิญญาณที่มีชีวิตในรูปของมนุษย์ นี่คือแก่นสำคัญ ความท้าทายของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น คือการเปิดรับและสัมผัสกับพลังนั้น ฉันเชื่อว่าการประสบความสำเร็จของคนเรานั้นขึ้นกับความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพลังชีวิตของเรา” – เวอร์จิเนียร์ ซาเทียร์

เวลา-สถานที่-ค่าลงทะเบียน

เวลา 9:30-17:30 น
กิจกรรมประกอบด้วย การภาวนา การบรรยาย การสาธิตการบำบัด แบบฝึกหัด และการสนทนาแลกเปลี่ยน
สถานที่ โรงแรม รามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ www.ramadaplazamenamriverside.com
ภาษา วิทยากรใช้ภาษาอังกฤษ มีล่ามแปลภาษาไทยตลอดรายการ
ค่าลงทะเบียน (5 วัน)
12,000 บาท เมื่อสมัครภายในวันที่ 10 เมษายน 2562
14,000 บาท เมื่อสมัครหลังวันที่ 10 เมษายน 2562
ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/fScXgR
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: napa.1984
Email: caringfriends.network.thailand@gmail.com

สำหรับสมาชิก สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย
จำกัดจำนวน 10 ท่าน / รอบ
*ค่าลงทะเบียน 9,000 บาท (รอบละ)
**ปิดรับสมัครวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2562 หรือจนกว่าจะครบ
***ประกาศรายชื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2562 ผ่านทาง www.thaigpm.org
หลังจากนั้นให้ลงทะเบียนผ่าน หน้าหลัก ที่ https://goo.gl/fScXgR

ประวัติครู

อ.ลอร่า ดอจสัน Ph.D. (จิตวิทยาคลินิก), M.S.W. (สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์)
มีชื่อเสียงระดับสากลในการอบรมจิตบำบัดแนวซาเทียร์ และจิตวิเคราะห์แนวคาร์ล จุง
ลอร่าศึกษากับเวอร์จิเนีย ซาเทียร์ มากว่า 20 ปี ในช่วงเวลานั้น ลอร่าและเวอร์จิเนียนำการทำค่ายครอบครัว และการสัมมนาในสหภาพโซเวียตเดิม เพื่อช่วยบุคคลให้ฟื้นคืนจากการถูกกดขี่ ลอร่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดครอบครัวและคู่สมรส การปรึกษาเชิงจิตวิทยา จิตวิเคราะห์แนวคาร์ล จุง, เกสตอลท์ และละครจิตบำบัด เป็นผู้ก่อตั้งและประธานสถาบันการเชื่อมโยงนานาชาติ (Institute for International Connections ชื่อย่อ IIC) ลอร่าเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง Family Counseling: A Systems Approach และเป็นผู้สนับสนุน ผู้ตรวจทานหนังสืออีก 3 เล่ม เกี่ยวกับซาเทียร์และจุง บทความของท่านได้รับการตีพิมพ์มากมาย
อ.มัวรีน เกรฟ อดีตนายกสมาคม The Virginia Satir Global Network
มัวรีนเป็นวิทยากรระดับสูงผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัว ที่สามารถใช้ซาเทียร์โมเดลและ ครอบครัวบำบัด ช่วยเหลือครอบครัวมาแล้วไม่น้อยกว่า 500 ครอบครัว และการฝึกอบรมอีกมากมาย เป็นกรรมการสถาบันนี้มากว่า 20 ปี เป็นผู้ร่วมฝึกอบรมกับเวอร์จิเนียซาเทียร์ว่าด้วยเรื่องครอบครัวและสันติภาพที่มอสโคว์เป็นรุ่นแรก พร้อมกับลอร่า ทำงานด้านการเสพติด และผู้ประสบความฝังใจร้ายแรง มาเป็นเวลากว่า 30 ปี โดยให้การช่วยเหลือและจัดฝึกอบรมแก่บุคคล ครอบครัว คู่สมรส ทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งร่วมและเป็นผู้อำนวยการศูนย์ความหวังใหม่สำหรับผู้ติดสารเสพติด (New Hope Alcoholism and Addiction Center)

รายละเอียดโครงการ

สอบถามรายละเอียดการประชุม ทั้งสองโครงการที่
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: napa.1984
Email: caringfriends.network.thailand@gmail.com

สอบถามการรับสิทธิสำหรับสมาชิกได้ที่
นพ.ขัติญพัณศ์ อเล็กซีส กฏอัศญทีปณ์
วิเทศสัมพันธ์ และ ประชาสัมพันธ์ สมาคมฯ
LINE ID: anniealexis
Tel. 0872567800
email: tgpfpat.fmth@hotmail.com และ tgpfpat.fmth@gmail.com

สมัครร่วมโครงการ

LINK: https://goo.gl/forms/kp3pZoOemJWWBePf1

SCAN QR CODE เพื่อดำเนินการสมัคร
https://goo.gl/forms/kp3pZoOemJWWBePf1